ทองอินทร์ กตปุญฺโญ พระคุณเจ้า ผู้ทรงคุณธรรม เมตตาธรรม และปัญญาบารมีสูงท่านหนึ่ง ให้มารักษาการใน
ตำแหน่งเจ้าอาวาสแทนหลวงปู่ ซึ่งขณะเดียวกัน ก็ได้รับตำแหน่งอำนวยการ จัดการ ตลอดจนการควบคุมงาน
ก่อสร้างต่างๆ ภายในวัด เช่น งานก่อสร้าง พระมหาเจดีย์ สร้างวิหารคต สร้างกำแพงล้อมรอบ พระมหาเจดีย์ ให้เป็นไปตามรูปแบบ ความถูกต้อง สวยงาม และให้เสร็จตามกำหนด โดยท่านได้ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด
ในระยะต่อมา องค์หลวงปู่ย่างเข้าสู่วัยชรามากขึ้น พระอาจารย์อินทร์ กตปุญฺโญ ได้รับเมตตาจากองค์
์หลวงปู่ให้ปฏิบัติหน้าที่แทนท่าน เช่น กิจนิมนต์ การดูแลคณะสงฆ์วัดสาขาต่าง ๆ และการอำนวยการสร้าง
กำแพงล้อมรอบพระมหาเจดีย์ชัยมงคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่
สนองบุญคุณขององค์หลวงปู่ มิให้ขาดตกบกพร่อง และเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ของท่านพระอา
จารย์ทองอินทร์ กตปุญโญ ได้มอบหมายให้อาจารย์มณี ธมฺมรังษีพระภิกษุลูกศิษย์ขอวท่านมีความรู้ความสามารถ ท่านหนึ่งที่ท่านไว้ใจ รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด
ผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามแทนท่านจนถึงปัจจุบัน
ปฐมเหตุการสร้างพระมหาเจดีย์ชัยมงคล
เมื่อวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 12 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2528 อันเป็นวันรวมกฐินสามัคคีของ
วัดประชาคมวนาราม อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ในวันนั้น
พระคุณเจ้าพระราชสังวรอุดม(หลวงปู่ศรี มหาวีโร
เมื่อดำรงสมณศักดิ์ที่พระอุดมสังวรวิสุทธิเถระ)
ได้ปรารภกับที่ประชุมสงฆ์ศิษยานุศิษย์ว่า "ได้รับ
พระบรมสารีริกธาตุเป็นกรณีพิเศษ และได้พิจารณา
เห็นว่า ครูบาอาจารย์สายอีกสาน์ ผู้มีความรู้ระดับสูง
ระดับ นักปราชญ์ และปฏิบัติชอบระดับสัมมาปฏิบัติ
ท่านได้ ทำคุณประโยชน ให้แก่ประเทศชาติ และพระ
ศาสนาเป็นจำนวนมาก สมควรก่อสร้างถาวรวัตถุ
สำหรับ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และประดิษฐานไว้
้เป็นการพิเศษในสถานที่เป็นศูนย์กลางเพื่อความ
สะดวกแก่ผู้ใคร่มาศึกษาและสักการะบูชาสืบไป"
ที่ประชุมมีมติเห็นสมควรก่อสร้างพระมหา
เจดีย์ที่วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม
(ผาน้ำย้อย) และได้นำมติดังกล่าวไปหารือที่ประชุม
สังฆาธิการภาค 8 ,9, 10, 11, (ธรรมยุติ)ซึ่งได้ให้
้ความเห็นชอบด้วย

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ได้ทำการวางศิลาฤกษ์ โดยมี พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบก และรักษาการผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ตำแหน่งในขณะ
นั้น) เป็นประธานกรรมการก่อสร้าง และเป็นประธานยก
เสาเอก หลังจากนั้นได้ดำเนินการก่อสร้างเรื่อยมา โดย
อาศัยแรงศรัทธา จากชาวพุทธทั่วสารทิศ รวมพลังเป็น
อันหนึ่งอันเดียวกัน จึงได้เป็น พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
ขึ้นมา ให้เราได้กราบไหว้บูชา
ในปี พ.ศ.2540 ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ
ขึ้นประดิษฐานที่องค์ ์พระมหาเจดีย์ 3 วาระ โดยในวาระ
ที่ 3 เป็นกรณีพิเศษ คือ ทางรัฐบาลประเทศศรีลังกา
โดยสมเด็จพระสังฆราชศรีลังกา ได้เสด็จอัญเชิญ
พระบรมสารีริกธาต มาประ ดิษฐานที่องค์พระมหาเจดีย์
์ด้วยพระองค์เอง




สถานที่สำคัญบริเวณวัดผาน้ำทิพย์ มีดังนี้
1. พระมหาเจดีย์ัชัยมงคล ตั้งอยู่บนเขาผาน้ำย้อย
2. ผาน้ำย้อย ซึ่งมีน้ำไหลหยดย้อยตลอดปี
3. พระประธานที่ศาลาการเปรียญ มีขนาดหน้าตักกว้าง 101 นิ้ว
4. อ่างเก็ยน้ำห้วยพุเตย น้ำตกคำช้างจ๊าก คำยู้ซ้าว
5. หน้าผาบนเขาผาน้ำย้อย เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยบริเวณวัดผาน้ำทิพย์วนาราม ได้แวดล้อม
ไปด้วยหมู่ไพรพฤกษ์นานาพันธุ์ ทั้งอุงแอ่ง แก่งน้ำ ก็จัดสรรไว้โดยธรรมชาติ คือ มีน้ำซึมซับไหลตลอดปี
เป็นทั้งอ่าง แอ่ง เหมือง ฝาย มีมากทั้งต้นไม้ทั้ง ดอกไม้ ผัก ซึ่งปลูกให้เจริญงอกงามเขียวขจีได้โดยง่าย
ภายในบริเวณวัด จึงดูเงียบสงบ ร่มรื่น บรรยากาศอบอวลไปด้วยลมพัด เย็นสบาย โชยชุ่มชื่นไม่ขาดสาย เสียงหริ่งเรไร ตลอดจนเสียงวิหกกล่อมไพร มีให้ได้ยินอยู่ทุกทิวาราตรี ตามฤดูกาลที่เปลี่ยนไป
ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว
จังหวัดร้อยเอ็ด
จัดทำโดยตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด
หลวงปู่ศรี มหาวีโร ท่านให้ความสำคัญแก่วัด
ผาน้ำทิพย์นี้ไม่น้อยไปกว่าวัดป่ากุง สำนักใหญ่ที่
อำเภอศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด จึงได้จัดให้มีการสร้าง
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ขึ้นไว้เป็นปูชนียสถานถาวร
พร้อมกันนั้นท่านก็ได้เมตตา มอบหมายให้พระภิกษุผู้
เป็นศิษย์ที่หลวงปู่ไว้ใจที่สุดมาดูแลแทนท่าน ในระ
หว่างที่มีการก่อสร้างองค์พระมหาเจดีย์นี้หลวงปู่ศรี
ีมหาวีโร ได้มอบความรับผิดชอบไว้กับพระอาจารย์